วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4

1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange: EDI) คืออะไร
ตอบ  EDI คือ การแลกเปลี่ยนเอกสารทางธุรกิจระหว่างบริษัทคู่ค้าในรูปแบบมาตรฐานสากลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่อง หนึ่ง ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง มีสององค์ประกอบที่สำคัญในระบบ EDI คือ การใช้ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์มา แทนเอกสารที่เป็นกระดาษ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ต้องอยู่ในรูปแบบมาตรฐานสากล ด้วยสองปัจจัยนี้ ทุกธุรกิจสามารถ แลกเปลี่ยนเอกสารกันได้ทั่วโลก
     
ประโยชน์ของ EDI มีดังต่อไปนี้
  • เพิ่มความถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ ในการรับ-ส่งเอกสาร 
  • ลดงานซ้ำซ้อน และลดขั้นตอนการจัดการรับ-ส่งเอกสาร
  • สามารถนำเอาข้อมูลมาใช้ประโยชน์มากที่สุด 
  • ลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร เช่น ค่าแสตมป์ ค่าพัสดุไปรษณีย์ และพนักงาน 
  • เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่มีการแข่งขันสูงขึ้น 
  • เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า

2. การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange: EDI) มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร
ตอบ ขั้นตอนการทำงานของระบบ EDI มีดังนี้
     1. ผู้ส่งทำการเตรียมข้อมูล และแปลงให้อยู่ในรูปแบบมาตรฐาน UN/EDIFACT โดยใช้ Translation Software
     2. ผู้ส่งทำการส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการของผู้ให้บริการ EDI ผ่านเครือข่ายสาธารณะโดยใช้ Modem
     3. ผู้ให้บริการ EDI จะจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในตู้ไปรษณีย์ (Mailbox) ของผู้รับเมื่อข้อมูลไปถึงศูนย์บริการ
     4. ผู้รับติดต่อมายังศูนย์บริการผ่าน Modem เพื่อรับข้อมูล EDI ที่อยู่ในตู้ไปรษณีย์ของตน
     5. ผู้รับแปลงข้อมูลกลับโดยใช้ Translation Software อยู่ในรูปแบบที่ระบบงานของตนสามารถรับไป
ประมวลผลได้

3. ยกตัวอย่างธุรกิจที่สามารถนำการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange: EDI) มาใช้กับธุรกิจ 1 ตัวอย่าง พร้อมกับอธิบายว่าสามารถนำมาใช้อย่างไรบ้าง
ตอบ "องค์การเภสัชกรรม ธุรกิจเกี่ยวกับยา"
EDI หรือ Electronic Data Interchange จะกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจหลายวงการ รวมทั้งธุรกิจยา ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านบาท ธุรกิจในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต ตลอดจนมีการนำ GMP มาใช้ทำให้ผลิตภัณฑ์ยาเลียนแบบมีประสิทธิภาพไม่ยิ่งหย่อนกว่ายาต้นกำเนิด ดังนั้นตลาดยาในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทผู้ผลิตหรือนำเข้าก็จะมียาที่เหมือนกัน มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะสำหรับให้บริการกับคนส่วนใหญ่ ดังนั้นการแข่งขันที่จะทำให้เกิดการประทับใจแก่ลูกค้าก็คือ การบริการ ไม่ว่าจะเป็นบริการทางวิชาการ หรือความสะดวกสบายในการจัดหายาเข้ามาในสถานพยาบาล


4. ประโยชน์ของการนำการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange: EDI) มาใช้กับธุรกิจคืออะไร
ตอบ - การใช้ EDI จะลดความจำเป็นในการRe-enter data จากเอกสารที่เป็นกระดาษทำให้สามารถป้องกันข้อผิดพลาดและความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น ประมาณ70%ของคอมพิวเตอร์ Input จะมาจาก Output ของคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง ในการRe-enter data แต่ละครั้งจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จากการประเมินโดยผลลัพธ์ที่เท่ากัน ต้นทุนของการใช้กระบวนการทางElectronic เป็นหนึ่งในสิบของต้นทุนการจัดการโดยใช้กระดาษ
        - การใช้ข้อมูลที่เป็นโครงสร้างมาตรฐานนั้น ทำให้การประมวลผลเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ความล่าช้าอันอาจเกิดจากการทำงานผิดพลาดและทำงานช้าจากการป้อนข้อมูลโดยระบบมือจะเกิดน้อยมาก
        - ความเร็วและความถูกต้องที่EDIให้แก่Supply chain นั้น สามารถทำให้บริษัทต่างๆไปมุ่งที่กิจกรรมหลักทางการค้าและยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างถูกต้องและมั่นใจมากกว่าแต่ก่อนหากระบบการสื่อสารEDIสมบูรณ์โดยผลิตภัณฑ์ใช้ Global trade identification numbers และเส้นทางการส่งข้อมูล(Data carriers)การสื่อสารนี้จะสามารถทำให้วงจรการค้า(Trading cycle)มีประสิทธิภาพมาก
        -Information สามารถถูกส่งผ่านระหว่างบริษัทต่างๆด้วยการใช้ EDI ซึ่งข้อมูลนั้นถูกทำให้เป็นมาตรฐานแสดงว่าจะไม่ก่อให้เกิดความสับสนในหมู่ผู้ใช้ที่เกี่ยวข้อง
        - บริษัทใดๆก็ตามที่อยู่ในSupply chain จะได้รับประโยชน์จากสารสนเทศที่ถูกต้องและทันเวลาเกี่ยวกับ DemandและSupplyของสินค้าและบริการของบริษัทนั้น มาตรฐานที่เป็นสากลและระบบการสื่อสารEDIนั้นทำให้อุปสรรคการติดต่อระหว่างบริษัทลดน้อยลงและนอกจากนั้นยังทำให้เกิดการพัฒนาในวงจรการค้า(Trading cycle)ด้วย
        -Information ทางการค้าประกอบขึ้นมาจากข้อมูลสมัยก่อนซึ่งเกิดมาจากรายการค้าทาง EDIโดยจะอยู่ในรูปของการวิจัยตลาดและInformationการวางแผนกลยุทธ์
        - การทำงานกับบริษัทคู่ค้าโดยนำEDIมาใช้นั้นจะเป็นผลทำให้กำไรเพิ่มขึ้นเพราะการทำงานจะใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์กันมากขึ้น

5. จงอธิบายความสัมพันธ์ของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดังรูปต่อไปนี้


ตอบ การดำเนินการธุรกิจการค้าบนอินเทอร์เน็ตหรือ E-Commerce จำเป็นจะต้องมีความสัมพันธ์กับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการค้าบนอินเทอร์เน็ตหรือ E-Commerce มีดังนี้ 
1. ธนาคาร (Bank) ทำหน้าที่เป็น Payment Gateway คือตรวจสอบ และอนุมัติวงเงินของผู้ถือบัตร เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า และ/หรือบริการ ทาง Internetผ่านระบบของธนาคาร และธนาคารจะโอนเงินค่าสินค้า และหรือบริการนั้น ๆ เข้าบัญชีของร้านค้า สมาชิก
2. TPSP (Transaction processing service provider) คือองค์กรผู้บริหาร และพัฒนาโปรแกรม การประมวลผลการชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการ ผ่าน Internet ให้กับร้านค้า หรือ ISPต่าง ๆ ผ่าน Gateway โดย TPSPสามารถต่อเชื่อมระบบให้กับทุก ๆ ร้านค้าหรือทุก ๆ ISP และทำการ Internet ระบบชำระเงินผ่าน Gateway ของธนาคาร 
3. ลูกค้า (Customer) สามารถชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการได้ด้วย บัตรเครดิต บัตรเครดิตวีซ่า หรือมาสเตอร์การ์ดจากทุกสถาบันการเงินทั่วโลก  ระบบหักบัญชีเงินฝากของธนาคาร (Direct Debit)
4. ร้านค้า (Merchant)ที่ต้องการขายสินค้าและ/หรือบริการผ่านระบบ Internet โดยเปิด Home Page บนSite ของตนเอง หรือ ฝาก Home Pageไว้กับ Web Site หรือ Virtual Mall ต่าง ๆ เพื่อขายสินค้าและหรือบริการผ่านระบบของธนาคาร  ร้านค้าจะต้องเปิดบัญชีและสมัครเป็นร้านค้าสมาชิก E-Commerceกับธนาคารก่อน
5. ISP (Internet service provider) องค์กรผู้ให้บริการเชื่อมต่อระบบการสื่อสารทาง Internet  ให้กับลูกค้า ซึ่งอาจเป็นร้านค้าหรือผู้ใช้ Internet ทั่วไป โดย ISP รับและจดทะเบียน Domain หรือ จะจัดตั้ง Virtual Mall เพื่อให้ร้านค้านำ Home Pageมาฝากเพื่อขายสินค้า



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น